หัวข้อ
- วีซ่า Partner Subclass 820/801 คืออะไร
- ผู้ถือวีซ่า Partner Subclass 820/801 ได้รับสิทธิ์อะไรบ้าง
- ใครสามารถสมัครวีซ่าคู่ครองได้บ้าง
- ใครสามารถเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) สำหรับวีซ่าคู่ครองได้บ้าง
- คุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่าคู่ครอง Subclass 820/801 มีอะไรบ้าง
- จะพิสูจน์ความสัมพันธ์กับคู่ของคุณได้อย่างไร
- ขั้นตอนสมัครวีซ่า Partner Subclass 820/801
- ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า Partner Subclass 820/801
- ระยะเวลาดำเนินการวีซ่า
- FAQ
วีซ่า Partner Subclass 820/801 คืออะไร
เกี่ยวกับวีซ่า
วีซ่าคู่ครอง (Partner Visa) เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นคู่สมรส หรืออยู่ในความสัมพันธ์แบบ De Facto กับพลเมืองออสเตรเลียผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีสิทธิ์ และต้องการย้ายถิ่นฐานมาใช้ชีวิตร่วมกันในออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย
ผู้สมัครจะต้องยื่นขอวีซ่าทั้งสองประเภทพร้อมกัน คือ วีซ่าคู่ครองชั่วคราว (Subclass 820) และวีซ่าคู่ครองถาวร (Subclass 801)โดยชำระค่าสมัครเพียงครั้งเดียว แต่ระบบจะดำเนินการพิจารณาเป็น 2 ขั้นตอน โดยจะอนุมัติวีซ่า 820 ก่อน จากนั้นจึงสามารถยื่นขอวีซ่า 801ได้หลังจากผ่านไป 2 ปีนับจากวันที่ยื่นสมัคร
วีซ่า 820 จะให้สิทธิ์ในการอาศัย ทำงาน และเรียนในออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงสมัคร Medicare ได้ ขณะที่รอวีซ่าถาวร ส่วนวีซ่า 801จะมอบสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย เช่น การเข้าร่วมระบบสาธารณสุข การขอรับสวัสดิการจากรัฐและมีสิทธิยื่นขอสัญชาติในอนาคตหากเข้าเกณฑ์
ผู้ถือวีซ่า 820/801 จะได้รับสิทธิประโยชน์ใดบ้าง
วีซ่าคู่ครองชั่วคราว (Subclass 820) จะให้สิทธิประโยชน์เบื้องต้น เช่น:
วีซ่าคู่ครองถาวร (Subclass 801) จะให้สิทธิประโยชน์ในฐานะผู้พำนักถาวรของออสเตรเลีย เช่น:
ใครสามารถสมัครวีซ่าคู่ครองได้บ้าง? (Who can apply partner visa?)
วีซ่าคู่ครอง(Partner Visa) อนุญาตให้คู่สมรส(สามีหรือภรรยา) หรือ คู่รักที่อยู่ด้วยกับแต่ไม่ได้จดทะเบียน (De Facto Partner) กับพลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลีย หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถยื่นขอวีซ่าเพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในประเทศออสเตรเลียได้
ใครสามารถเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) สำหรับวีซ่าคู่ครองได้บ้าง?
คุณสมบัติของผู้สนับสนุนต้องมีดังนี้:
- ต้องเป็นพลเมืองออสเตรเลีย, ผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย หรือ พลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีสิทธิ์
- สามารถเป็นผู้สนับสนุนให้คู่สมรสหรือพาร์ทเนอร์ตลอดชีวิตได้ถึงสุด 2คน
- สามารถเป็นผู้สนับสนุนได้ เพียง 1 คนในทุกๆ 5 ปี (เว้นแต่มีเหตุผลพิเศษที่ได้รับอนุมัติ)
- ห้ามเคยได้รับวีซ่าคู่ครองในฐานะผู้ถูกสนับสนุนจากผู้อื่น ภายในระยะเวลา 5 ปีก่อนการสมัคร
- ต้องไม่มีประวัติถูกตัดสินว่าทำร้ายเด็ก หรือเคยถูกปรับในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายเด็ก
- ต้องผ่าน การตรวจสอบคุณลักษณะนิสัย (Character Test)
คุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่าคู่ครอง Subclass 820/801 มีอะไรบ้าง?
หากคุณและพาร์ตเนอร์กำลังตัดสินใจยื่นวีซ่า 820/801 ควรมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดต่อไปนี้:
- สถานที่ขณะยื่นใบสมัคร: คุณต้องอยู่ในออสเตรเลีย ขณะยื่นขอวีซ่านี้
- ผู้สนับสนุน (Sponsor): คู่ของคุณต้องยื่นขอเป็นผู้สนับสนุนใน เวลาเดียวกับที่คุณยื่นใบสมัครวีซ่า
- ประวัติการถือวีซ่า (Visa History): คุณอาจ ไม่มีสิทธิ์ ยื่นขอวีซ่าคู่ครอง หากคุณเป็นผู้ถือหรือวีซ่าล่าสุดของคุณคือ:
- Skilled – Independent Regional (Provisional) (Class UX)
- Subclass 475 (Skilled – Regional Sponsored)
- Subclass 487 (Skilled – Regional Sponsored)
- Skilled Regional Sponsored (Provisional) (Class SP)
หากเป็นกรณีนี้คุณต้องถือวีซ่าดังกล่าวมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี ก่อนจะยื่นขอวีซ่าคู่ครองหรือหากวีซ่าล่าสุดของคุณคือ:
- Subclass 491 (Skilled Work Regional (Provisional))
- Subclass 494 (Skilled Employer Sponsored Regional (Provisional))
คุณไม่สามารถยื่น Partner Visa ได้ในทันที และไม่สามารถถือวีซ่าผู้ลี้ภัยประเภท 204 (Woman at Risk Visa) หรือ วีซ่าทรานซิตซับคลาส771 ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา
- ด้านความสัมพันธ์:
- คุณต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์ของคุณเป็นความจริงและต่อเนื่อง
- คุณต้องแสดงหลักผ่านอาศัยอยู่ด้วยกัน (แยกกันอยู่ได้เฉพาะช่วงเวลาชั่วคราว)
- สำหรับความสัมพันธ์แบบ De Facto:
- ต้องมีความสัมพันธ์กันมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือนก่อนยื่นใบสมัคร
- ช่วงเวลาที่เป็นแค่แฟนกัน อาจ ไม่นับรวม เป็น De Facto
- หากจดทะเบียนความสัมพันธ์ (เช่น มี Civil Partnership Certificate) อาจได้รับการยกเว้น ไม่ต้องครบ 12 เดือน
- ข้อกำหนดด้านสุขภาพ: คุณและผู้ติดตาม (ถ้ามี) ต้องผ่านการตรวจสุขภาพจากศูนย์การแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากกรมตรวจคนเข้าเมืองกรมตรวจคนเข้าเมือง(Department of Home Affairs)เ และแม้สมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย ก็ต้องผ่านข้อกำหนดด้านสุขภาพด้วยเช่นกัน
- คุณลักษณะนิสัย (Character Requirements): ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมี ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Check)จากประเทศที่เคยพำนักรวมกัน 1 ปีขึ้นไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
- อายุ: ทั้งคู่ต้องมีอายุ 18ปีขึ้นไป
- ประวัติหนี้สิน: ผู้สมัครต้องไม่มีหนี้ค้างชำระต่อรัฐบาลออสเตรเลีย
จะพิสูจน์ความสัมพันธ์กับคู่ของคุณได้อย่างไร?
ความสัมพันธ์กับคู่รัก เป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าหน้าที่พิจารณาเมื่อตัดสินใจอนุมัติวีซ่าคู่ครอง (Partner Visa) ดังนั้น คุณต้องแสดงหลักฐานว่าความสัมพันธ์ของคุณเป็น ความสัมพันธ์แท้จริง (genuine), ต่อเนื่อง (continuing) และมีความผูกพันร่วมกัน (mutual commitment) โดยต้องเตรียมเอกสารในหมวดหมู่ต่อไปนี้
ประวัติความสัมพันธ์ (Relationship History)
คุณต้องเขียนคำชี้แจงเล่ารายละเอียดของความสัมพันธ์ ได้แก่:
- คุณพบกันเมื่อไร อย่างไร และที่ไหน
- พัฒนาความสัมพันธ์กันอย่างไร
- ย้ายมาอยู่ด้วยกัน หมั้น หรือแต่งงานเมื่อไร
- กิจกรรมที่ทำร่วมกัน
- ช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เป็นเพราะอะไร
- เหตุการณ์สำคัญในความสัมพันธ์นี้
- แผนในอนาคตร่วมกัน
นอกจากนี้ต้องแนบ ทะเบียนสมรม หรือ ทะเบียนความสัมพันธ์คู่ครอง (De Facto) เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องทางกฎหมายของความสัมพันธ์
หลักฐานทางการเงิน (Finance)
เอกสารที่ต้องยื่นมีตามนี้:
- เอกสารจำนองบ้านหรือสัญญาเช่าที่พักร่วมกัน
- เอกสารกู้ร่วมสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น บ้าน รถ หรือเครื่องใช้ไปฟ้าราคาแพง
- เอกสารรายการเดินบัญชีธนาคารร่วม หรือ สเตทเม้นท์ธนาคาร
- ใบแจ้งหนี้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ที่มีชื่อทั้งคู่
คำชี้แจงที่ต้องเขียน: พร้อมเขียนอธิบายคุณและพาร์ตเนอร์ช่วยเหลือทางการเงินอย่างไรบ้าง
ลักษณะการใช้ชีวิตร่วมกัน (Nature of Household)
เอกสารที่ต้องยื่นมีตามนี้:
- เอกสารคำอธิบายการแบ่งงานบ้านระหว่างคุณและพาร์ตเนอร์
- บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือค่าใช้จ่ายในบ้านที่มีชื่อคุณทั้งสอง
- จดหมายหรืออีเมลที่ส่งถึงกันและกัน
- เอกสารที่แสดงว่าคุณทั้งสองมีความรับผิดชอบร่วมกันเรื่องลูก (กรณีถ้ามี)
- เอกสารที่แสดงว่าทั้งคุณและพาร์ตเนอร์อาศัยด้วยกัน
ด้านสังคม (Social Matters)
เอกสารที่ต้องยื่นมีตามนี้:
- การ์ดเชิญหรือหลักฐานที่แสดงว่าคุณทั้งคู่ไปร่วมงานหรือกิจกรรมต่างๆด้วยกัน
- หลักฐานคุณและพาร์ตเนอร์มีเพื่อนร่วมกัน
- หลักฐานว่าคุณได้แจ้งหน่วยงานราชการ องค์กร หรือบริษัทต่างๆ ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณและพาร์ตเนอร์
- หลักฐานว่าคุณและพาร์ตเนอร์เข้าร่วมกิจกรรมสังคม กีฬา หรือกิจวัฒนธรรมต่างๆ ด้วยกัน
- หลักฐานการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน
คำชี้แจงที่ต้องเขียน: ในแบบฟอร์มคำร้อง คุณต้องอธิบายคุณและพาร์ตเนอร์เข้าร่วมกิจกรรมอย่างไร รวมถึงใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนร่วมกันอย่างไร
ความมุ่งมั่น (Commitment)
เอกสารที่ต้องยื่นมีตามนี้:
- หลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับภูมิหลัง ครอบครัว และรายละเอียดส่วนตัวของกันและกัน
- หลักฐานการแบ่งปันชีวิตส่วนตัว
- รายละเอียดเกี่ยวกับพินัยกรรม
- หลักฐานการติดต่อกันในช่วงที่ต้องอยู่ห่างกัน
คำชี้แจงที่ต้องเขียน: คุณต้องเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมถึงความเข้าของคุณและพาร์ตเนอร์เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่มีเป้าหมายชีวิตไปทางเดียวกัน และยังคงติดต่อกันเสมอแม้ในช่วงที่ต้องอยู่ห่างกัน
คุณจะสามารถขอยื่นวีซ่า 801ได้ หลังจากคุณถือวีซ่า820เป็นเวลาประมาณ2ปี เนื่องจากรัฐบาลต้องการดูความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่มั่นคงและจริงใจหรือไม่
ขั้นตอนสมัครวีซ่า Partner Subclass 820/801
การสมัครวีซ่าคู่ครองต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากคุณและพาร์ตเนอร์ของคุณ มีขั้นตอนตามนี้:
ขั้นตอนที่ 1: พาร์ตเนอร์ของคุณสมัครเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) พาร์ตเนอร์ของคุณต้องยื่นคำขอเป็นสปอนเซอร์ออนไลน์ ขั้นตอนนี้ง่ายมาก โดยใช้เอกสารหลัก ๆ ดังนี้:
- เอกสารแสดงตัวตน เช่น หนังสือเดินทาง สูติบัตร และรูปถ่ายขนาดพาสปอร์ต เพื่อยืนยันว่าเขาหรือเธอเป็นพลเมืองออสเตรเลีย ผู้พำนักถาวร หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่เข้าเกณฑ์
- เอกสารด้านประวัติอาชญากรรม เช่น ใบรับรองตำรวจจากทุกประเทศที่พาร์ตเนอร์ของคุณเคยอาศัยอยู่เกิน 1 ปี
ขั้นตอนที่ 2: คุณต้องยื่นจอวีซ่าคู่ครองชั่วคราว วีซ่า820
- คุณต้องสร้างบัญชีออนไลน์ที่ https://online.immi.gov.au/lusc/login
- กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนแนบเอกสารต่าง ๆ เช่น เอกสารประจำตัว ใบตรวจประวัติอาชญากรรม และเอกสารแสดงความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์ (ดูหัวข้อ “จะพิสูจน์ความสัมพันธ์ได้อย่างไร”) เจ้าหน้าที่จะเริ่มพิจารณาคำขอของคุณก็ต่อเมื่อคุณชำระค่าวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนที่ 3: รอผลวีซ่าอนุมัติ
เมื่อวีซ่า 820 ของคุณได้รับอนุมัติแล้ว คุณจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาวีซ่าคู่ครองถาวรโดยอัตโนมัติ สิ่งที่คุณต้องทำคือคุณต้องอยู่ในความสัมพันธ์นี่ ถ้าคุณแต่งงานแล้วคุณต้องอยู้ในความสัมพันธ์ห้ามหย่าร้าง หรือหากคบหาดูใจกันให้คบต่อเนื่องอย่างน้อย2ปี ระหว่างวีซ่า801กำลังดำเนินการ ในบางกรณีคุณอาจต้องส่งเอกสารเพิ่มเติ่มเพื่ออธิบายสถานการณ์ของคุณ
หมายเหตุ: ผู้สมัครที่มีวีซ่าประเภท substantive visa จะได้รับวีซ่าชั่วคราวประเภท Bridging Visa A ซึ่งอนุญาตให้อยู่ในออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมายระหว่างรอวีซ่าคู่ครอง
ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า Partner Subclass 820/801
| ประเภทวีซ่า | ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น | ค่าธรรมเนียม ถ้าผู้สมัครอายุ 18 ปีขึ้นไป | ค่าธรรมเนียม ถ้าผู้สมัครอายุต่ำกว่า 18 ปี |
| วีซ่าซับคลาส820
(ประเภทวีซ่าชั่วคราว) |
ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 8,850 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และเริ่มต้นที่ 1,475 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับผู้ที่ถือวีซ่าหมั้น (Subclass 300) | AUD4,430 | AUD2,215 |
| วีซ่าซับคลาส 801 (ประเภทวีซ่าถาวร) | 0 | 0 | 0 |
ค่าธรรมเนียมวีซ่ามีการปรับราคาขึ้นทุกๆปีในวันที่ 1 ก.ค. โปรดอัพเดทค่าธรรมเนียมล่าสุดได้ที่นี่
ระยะเวลาดำเนินการวีซ่า
ระยะเวลาดำเนินการของวีซ่าคู่ครองค่อนข้างช้า เนื่องจากกรมตรวจคนเข้าเมืองต้องใช้เวลาในการพิจารณาว่าการแต่งงานหรือความสัมพันธ์แบบคู่ครองของคุณเป็นความสัมพันธ์ที่จริงใจและยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
- 25% ของใบสมัครจะได้การดำเนินการ ภายใน 6เดือน
- 50% ของใบสมัครจะได้การดำเนินการ ภายใน 9เดือน
- 75% ของใบสมัครจะได้การดำเนินการ ภายใน 21เดือน
- 90% ของใบสมัครจะใช้เวลามากกว่า 3ปี (39เดือน) ในการดำเนินการ
โดยปกติแล้ว หลังจากวีซ่า820อนุมัติแล้ว ผู้ยื่นจะต้องรอประมาณ2ปี จึงสามารถยื่นวีซ่า801ได้
อย่างไรก้ตาม สามารถยกเว้นระยะเวลา2ปีนี้ได้ หากผู้ยื่นมีเงื่อนไขพิเศษต่อไปนี้:
- คุณและผู้สนับสนุนมีความสัมพันธ์มานานเกิน3ปี ในขณะยื่นวีซ่า
- คุณและผู้สนับสนุนมีความสัมพันธ์มานานเกิน2ปีพร้อมมีลูกร่วมกันในขณะยื่นวีซ่า
- ในบางกรณี หากความสัมพันธ์จบลง และผู้สมัครเป็นเหยื่อความรุ่นแรงในครอบครัว คุณจะได้รับข้อยกเว้นนี่เช่นกัน
FAQ
ได้ – คุณสามารถยื่นบุตรของคุณได้ ในฐานะผู้สมัครรอง และมีเงื่อนไขว่า คู่ครองปัจจุบันของคุณยินยอมเป็นผู้สนันสนุนให้บุตรและคุณด้วย
เอกสารที่ควรแนบมีอะไรบ้าง?
- เอกสารแสดงตัวตนของบุตร เช่น หนังสือการเดินทาง หรือ สูติบัตร
- หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างคุณและบุตร เช่น สูติบัตรที่ระบุบชื่อพ่อแม่
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรมของบุตร (กรณีที่บุตรอายุ 16ปีขึ้นไป)
- หลักฐานการศึกษา เช่น ใบลงทะเบียนเรียนในโรงเรียน วิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย (กรณีถ้ามี)
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่าย: หากอดีตคู่สมรสยังมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการตัดสินใจว่าบุตรจะอาศัยอยู่ที่ใด
- หากบุตรอายุ 18 ปีขึ้นไป: คุณต้องแสดงหลักฐานว่าบุตรยังพึ่งพาคุณทางการเงิน เช่น
- รายการเดินบัญชี
- หลักฐานการโอนเงิน
- หลักฐานค่าเรียนหรือค่าครองชีพที่คุณเป็นผู้จ่าย
ระหว่างรอวีซ่า820 คุณจะได้ “ Bridging A “ ซึ่งอนุญาตให้คุณอยู่ออสเตรเลียถูกต้องตามกฎหมาย
เงื่อนไขของ Briding Visa A โดยทั่วไป เงื่อนไขของ Bridging Visa A จะอิงตามวีซ่าล่าสุดที่คุณถืออยู่ก่อนยื่นขอวีซ่าคู่ครอง เช่น:
- หากวีซ่าก่อนหน้าเป็นวีซ่านักศึกษาหลังเรียนจบ (Temporary Graduate Visa – Subclass 485)
คุณจะมี สิทธิในการทำงานแบบไม่จำกัด ระหว่างอยู่ภายใต้ Bridging Visa A - แต่ถ้า วีซ่าก่อนหน้าเป็นวีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa – Subclass 600)
คุณจะ ไม่มีสิทธิทำงาน ขณะอยู่ในออสเตรเลียภายใต้ Bridging Visa A
ได้ – คุณสามารถยื่นวีซ่าได้อีกครั้ง แม้ว่าจะถูกปฏิเสธก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาอย่างเอียด เนื่องจากคุณมีประวัติถูกปฏิเสธวีซ่ามาก่อน
ควรทำอย่างไรหากต้องยื่นใหม่?
- ตรวจสอบให้แน่ใจและเข้าใจเหตุผลที่วีซ่าครั้งแรกถูกปฏิเสธ
- ประเมินว่าใบสมัครในครั้งใหม่นี้ ตรงตามเงื่อนไขของวีซ่าคู่ครองหรือไม่
- หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเตรียมเอกสารหรือยื่นอย่างไรให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น
ติดต่อเราได้เลย!
ทีมงานของเรามี ที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐาน (Migration Agents) ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
และเคยช่วยผู้สมัครมากกว่า 5,000 คน ให้ได้ PR ในออสเตรเลียสำเร็จ
คุณสามารถเป็นสปอนเซอร์สูงสุด2ครั้งตลอดชีวิต คุณจะต้องรออย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่วีซ่าคู่ครองครั้งแรกได้รับการอนุมัติแล้ว ก่อนที่จะสามารถเป็นผู้สนับสนุนให้กับคนใหม่ได้อีกครั้ง
ได้ แต่ขึ้นอยู่กับวีซ่าของคุณขณะนั้น เช่น
กรณีที่ 1: คุณกำลังรอวีซ่า820
- คุณจะได้รับ Bridging Visa A (BVA) ซึ่งอนุญาตให้อยู่ในออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม BVA ไม่สามารถใช้เดินทางออกนอกประเทศได้ หากคุณต้องการเดินทางออกนอกออสเตรเลีย ต้องยื่นขอ Bridging Visa B (BVB) ก่อนเท่านั้น
กรณีที่ 2: คุณมีวีซ่า820แล้ว และกำลังรอวีซ่า801
- ในกรณีนี้ คุณสามารถเดินทางเข้า – ออสเสตเลียได้ ตราบใดที่วีซ่า820ของคุณยังไม่หมดอายุ


